สยอง หนุ่มนิรนามถูกทำร้าย ศพลอยคูเมืองใกล้ประตูท่าแพ

สยอง หนุ่มนิรนามถูกทำร้าย ศพลอยคูเมืองใกล้ประตูท่าแพ

             (27 ก.ย.) เวลาประมาณ 08.30 น. ร.ต.อ.ชยพล ทาอุบรงค์ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุว่า มีประชาชนพบศพคนเสียชีวิตอยู่ภายในน้ำ เหตุเกิดบริเวณภายในคูเมือง ติดกับข่วงประตูท่าแพฝั่งทิศตะวันออก (จุดให้อาหารปลา) ถ.ชัยภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หลังทราบเรื่องจึงได้รายงานให้ทางผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมประสานไปยังทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัย ทีมแพทย์ชันสูตร และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องให้ร่วมเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุร่วมกัน

โดยเมื่อทางเจ้าหน้าที่ทั้งหมดเดินทางมาถึงยังบริเวณดังกล่าว พบประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ออกมาเดินเที่ยวชมเมืองยามเช้าในระแวกยืนมุงดูเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก ภายในคูเมืองพบศพคนลอยอยู่สภาพศีรษะโผล่ขึ้นมาจากน้ำ และในเวลาต่อมาทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ส่งคนลงไปช่วยทำการนำร่างของผู้ตายขึ้นมาตรวจสอบ

ซึ่งเมื่อทางเจ้าหน้าที่สามารถนำศพของผู้ตายขึ้นมาจากน้ำได้แล้วนั้น จากการตรวจร่างกายและหลักฐานเบื้องต้นทราบว่าผู้ตายเป็นชายอายุประมาณ 35-40 ปี สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์สีครีม รองเท้าผ้าใบแะลพบทรัพย์สินภายในตัวประกอบด้วย โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง , พวงกุญแจ , ซองบุหรี่ และไฟแช็ค 1 อัน แต่ไม่พบเอกสาร บัตรแสดงตัวของผู้ตายแต่อย่างใด ขณะเดียวกันจากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ในที่เกิดเหตุก็ไม่มีใครรู้จักกับผู้ตาย

โดยต่อมาทางทีมแพทย์ชันสูตรได้ทำการตรวจสอบศพเบื้องต้นพบร่องรอยฟกช้ำ ปูดบวมที่ใบหน้าหลายจุด นอกจากนี้ที่บริเวณศีรษะพบบาดแผลฉกรรจ์เหมือนถูกกระแทกด้วยของแข็ง มีเลือดไหลออกจากปากและจมูก คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชั่วโมง โดยภายหลังการตรวจสอบเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มอบหมายให้ทางทีมกู้ภัย นำศพผู้ตายพร้อมทั้งหลักฐานที่พบในที่เกิดเหตุส่งทำการตรวจสอบอีกครั้ง พร้อมทั้งได้บันทึกข้อมูลในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน เพื่อรายงานให้ทางผู้บังคับบัญชารับทราบอีกครั้ง

ทั้งนี้จากการสอบสวนผู้พบเห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มาเดินออกกำลังกายที่บริเวณดังกล่าวในช่วงเช้าและได้สังเกตุเห็นวัตถุลอยอยู่กลางคูเมืองจึงได้เข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นศีรษะของคนลอยอยู่ จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาตรวจสอบ นอกจากนี้ยังทราบว่าเมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมาที่บริเวณใกล้กับจุดที่พบศพได้มีกลุ่มวัยรุ่นก่อเหตุทะเลาะวิวาทกัน แต่ในระหว่างนั้นไม่มีใครทราบรายละเอียดแน่ชัด และไม่ทราบว่าศพของชายคนดังกล่าวจะถูกทำร้ายแล้วร่างตกลงไปในคูเมืองหรือไม่

อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่จะได้นำศพผู้ตายส่งชันสูตรหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง ซึ่งหากเป็นการทำร้ายร่างกายก็จะต้องติดตามเบาะแสของคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมาดำเนินคดีอีกครั้ง ส่วนศพของผู้ตายก็จะได้ทำการตรวจสอบชื่อที่อยู่และประวัติเพื่อแจ้งให้กับทางญาติทราบและมารับศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป

ที่มา:sanook

แฟนคลับช็อก ดาราสาวถูกโรคมะเร็งคร่าชีวิต หลังเลือกรักษากับแพทย์แผนจีน

สู ถิง

          สู ถิง ดาราสาวจีนป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เลือกรักษาตามแบบแพทย์แผนจีนแทนการทำคีโม จนสุดท้ายเสียชีวิต แฟนคลับสุดช็อก โทษเป็นเพราะแพทย์แผนจีน

           เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ มีรายงานชวนช็อกเปิดเผยว่า สู ถิง นักแสดงวัยรุ่นสาวชาวจีนวัย 26 ปี เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับญาติและเพื่อน ๆ รวมทั้งเหล่าบรรดาแฟนคลับ โดยมีจำนวนไม่น้อยเกิดความสงสัยและคลางแคลงใจกับการเสียชีวิตของเธอในครั้งนี้

          จากรายงานระบุว่า เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สู ถิง ได้เปิดเผยให้กับบรรดาแฟนคลับของเธอในเว็บไซต์เว่ยป๋อจำนวนกว่า 300,000 คน ทราบว่า เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง โดยเธอได้ระบุข้อความไว้ในโพสต์ว่า “ไม่ว่าฉันจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน ฉันก็อยากจะใช้ทุกวันของฉันให้มีความสุข”

          หลังจากนั้น สู ถิง เธอก็ปฏิเสธการเข้ารับการทำเคมีบำบัดกับโรงพยาบาล เนื่องจากมันทำให้เธอไม่สวยและต้องทนทรมานในการรักษา แต่เลือกที่จะรักษาตามแบบแพทย์แผนจีน โดยเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา เธอได้โพสต์ภาพขณะเข้ารับการรักษาด้วยวิธีครอบแก้ว จากบุคคลที่เธอระบุว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเธอเองก็ยอมรับว่าการรักษาแบบนี้มันทำให้เธอเจ็บปวดมากด้วยเช่นกัน

          โดยขณะนั้น หลังจากที่บรรดาแฟนคลับได้เห็นขั้นตอนการรักษาของสาวสู ถิง ก็เข้าไปแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นห่วงว่า เธอควรเลือกรักษาตามแบบตะวันตก ไม่ใช่มารักษากับแผนจีนเช่นนี้ เป็นกังวลว่าจะทำให้อาการของเธอแย่ลงได้

สู ถิง

          ทว่าหลังจากนั้นสู ถิง ก็ยังคงยืนยันที่จะรักษาตามวิธีแบบเดิมทั้ง วิธีครอบแก้ว ฝังเข็ม การขูดหลัง เจาะเลือด รวมทั้งวิธีพื้นบ้านด้วยการหยิกซ้ำ ๆ เข้าไปที่คอของเธอ ซึ่งเชื่อว่าเพื่อให้เลือดหมุนเวียน

สู ถิง

สู ถิง

          อย่างไรก็ดี ตามการรักษาแผนโบราณนั้น ไม่มีวิธีการรักษาชนิดใดเลยที่ช่วยให้อาการของสู ถิง ดีขึ้น ตรงกันข้ามกลับทำให้เธออ่อนแอและอาการทรุดลง ด้านน้องสาวของสู ถิง เกิดความระอาอย่างหนักจึงเปิดเผยว่าผู้ที่อ้างตัวเป็นผู้เชี่ยวชาญรายนี้หลอกลวง กระทั่งในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เธอสามารถโน้มน้าวให้พี่สาวไปเข้ารับการทำคีโมได้สำเร็จ

          ทว่ามันสายเกินไป เนื่องจากถึงตอนนั้นระบบภูมิคุ้มกันของ สู ถิง อ่อนแอมาก แพทย์พยายามยื้ออาการของเธอไว้ให้ได้นานเท่าที่จะทำได้ แต่ในที่สุดเธอก็เสียชีวิต

          ด้านแฟนคลับต่างพากันโทษว่าเป็นเพราะการรักษาแผนโบราณศาสตร์จีน ในขณะที่ทาง ดร.เฟิง หลี หัวหน้าภาควิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์จีนโบราณ ประจำสถาบันการแพทย์ในกรุงปักกิ่ง พยายามออกมาชี้แจงพร้อมทั้งขออย่าประณามว่าเป็นเพราะการแพทย์จีนโบราณเป็นเหตุให้ดาราสาวรายนี้เสียชีวิต

สู ถิง

สู ถิง

ที่มา:kapook

สลด เจ้าของร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ ถูกยิงดับ-แม่บินรับศพ

สมโภช อารมณ์สุข

         เจ้าของร้านอาหารไทยในสหรัฐฯ ถูกยิงดับในช่วงดึกหลังปิดร้าน แม่เตรียมบินรับศพลูกชาย เพื่อน ๆ สุดเศร้าใจหลังทราบข่าว

         เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 เว็บไซต์ Fox5 มีรายงานเหตุชายไทยในสหรัฐฯ ถูกทำร้ายและยิงเสียชีวิตในค่ำคืนวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยพบว่าผู้ตายคือ นายสมโภช อารมณ์สุข วัย 34 ปี เจ้าของกิจการร้านอาหารไทยในรัฐจอร์เจีย ซึ่งแม่ของเขาได้เตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ เพื่อรับศพลูกชายกลับมาที่ไทยแล้ว

         รายงานระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันเกิดเหตุ นายสมโภชถูกคนดักปล้นบริเวณลานจอดรถหลังจากที่ปิดร้านแล้ว ขณะที่ไม่ห่างจากศพของเขายังมีถาดที่เต็มไปด้วยอาหารตกอยู่ โดยเพื่อน ๆ ของเขาเล่าว่าผู้ตายมักจะนำอาหารที่เหลือกลับไปบ้านหลังเลิกงานเสมอ

         ทั้งนี้นายสมโภชใช้ชีวิตอยู่ที่รัฐจอร์เจียมาราว 5 ปี และเพิ่งซื้อกิจการร้านอาหารไทยเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เขามุ่งมั่นทำงานเพื่อเก็บเงินส่งมาจุนเจือครอบครัวที่ไทย ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นได้สร้างความเศร้าใจแก่เพื่อน ๆ และลูกค้าที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก ขณะที่แม่ของเขาหวังว่าตำรวจจะสามารถตามจับคนร้ายได้โดยเร็ว และยังกังวลใจว่าจะสามารถนำร่างลูกชายกลับมาบ้านที่ไทยได้หรือไม่ด้วย

สมโภช อารมณ์สุข
สมโภช อารมณ์สุข
สมโภช อารมณ์สุข
ที่มา:kapook

รถทัวร์พุ่งข้ามเกาะกลางชนสิบล้อ ตาย 6 เจ็บ 30

รถทัวร์พุ่งข้ามเกาะกลางชนสิบล้อ ตาย 6 เจ็บ 30

           เกิดเหตุรถทัวร์ เสียหลักปีนข้ามเกาะกลาง ชนรถบรรทุก 10 ล้อ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา มีผู้เสียชีวิต 6 บาดเจ็บ 30 ราย ขณะที่ จนท. เร่งนำคนเจ็บส่ง ร.พ.

พ.ต.ท.วิรัตน์ ทักษะนิยม สารวัตรเวร สภ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถทัวร์โดยสารพุ่งข้ามเกาะกลางถนนชนประสานงากับรถบรรทุก 10 ล้อ ที่วิ่งสวนทางมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย

เหตุเกิดบนถนนมิตรภาพฝั่งขาเข้าตัวเมืองนครราชสีมา บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 103-104 มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ตำรวจ สภ.สีคิ้ว พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยจึงรุดไปที่เกิดเหตุ และระดมกำลังช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตออกมาจากซากรถ

พบเป็นรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 สายกรุงเทพฯ – พนมไพร ของบริษัท ประหยัดทัวร์ หมายเลขข้างรถ 941-5 หมายเลขทะเบียน 10-8029 นครราชสีมา เสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนไปชนกับรถบรรทุก 10 ล้อ อีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน 79-4602 กรุงเทพมหานคร ที่วิ่งสวนทางมาอีกฝั่งหนึ่ง

เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย เป็นผู้โดยสารรถทัวร์ 4 ราย คนขับรถบรรทุก 1 ราย และคนขับรถทัวร์ปรับอากาศ 1 ราย ทราบชื่อคือ นายพิเชษฐ์ และนอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 30 ราย อาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือส่งผู้บาดเจ็บไปรักษาที่โรงพยาบาล

จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า รถทัวร์โดยสารปรับอากาศได้รับผู้โดยสารออกมาจากอำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด และกำลังมุ่งหน้าไปส่งผู้โดยสารที่หมอชิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งตลอดทางได้มีฝนตกลงมาอย่างหนัก

ส่วนสาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากอะไร แต่คาดว่าขณะเกิดเหตุมีฝนตกลงมาอย่างหนักทำให้ถนนลื่น จึงทำให้รถทัวร์ที่วิ่งมาด้วยความเร็วเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนดังกล่าว

ที่มา:sanook

รถ 6 ล้อ เสียหลักชนตอม่อโทลเวย์ วิภาวดีรังสิต ดับ 1 สาหัส 1

รถ 6 ล้อ เสียหลักชนตอม่อโทลล์เวย์ วิภาวดีรังสิต ดับ 1 สาหัส 1

  เกิดเหตุรถ 6 ล้อบรรทุกปูน เสียหลักชนตอม่อโทลเวย์ ถ.วิภาวดีรังสิต เสียชีวิต 1 ราย สาหัส 1 ราย การจราจรเริ่มติดขัด

วันนี้ (2 สิงหาคม 2559) เมื่อเวลา 05.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุรถบรรทุก 6 ล้อ บรรทุกปูน เสียหลักชนตอม่อทางด่วนโทลเวย์ บริเวณหน้าโรงพยาบาลวิภาวดี ถนนวิภาวดีรังสิต ขาเข้า จากแยกบางเขนมุ่งหน้าแยกลาดพร้าว เป็นเหตุให้คนขับเป็นชาย ยังไม่ทราบชื่อ เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ผู้โดยสารที่นั่งมาด้วยเป็นหญิง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำเครื่องตัดถ่างมาช่วยนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลวิภาวดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายรถคันเกิดเหตุ

รายงานระบุว่า จากอุบัติเหตุดังกล่าวทำให้สภาพการจราจรถนนวิภาวดีรังสิตขาเข้า มีรถติดสะสมหางแถวยาวประมาณ 3 กิโลเมตร รถเคลื่อนตัวช้าสลับกับหยุดนิ่ง

รถ 6 ล้อ เสียหลักชนตอม่อโทลล์เวย์ วิภาวดีรังสิต ดับ 1 สาหัส 1

รถ 6 ล้อ เสียหลักชนตอม่อโทลล์เวย์ วิภาวดีรังสิต ดับ 1 สาหัส 1

รถ 6 ล้อ เสียหลักชนตอม่อโทลล์เวย์ วิภาวดีรังสิต ดับ 1 สาหัส 1

รถ 6 ล้อ เสียหลักชนตอม่อโทลล์เวย์ วิภาวดีรังสิต ดับ 1 สาหัส 1

ที่มา:kapook

แก๊งซิ่งพุ่งชนกระบะดับ 3 ศพ หนึ่งในนั้นอุ้มท้องทารก 6 เดือน

แก๊งซิ่งพุ่งชนกระบะดับ 3 ศพ หนึ่งในนั้นอุ้มท้องทารก 6 เดือน

 

            เกิดเหตุกลุ่มรถจักรยานยนต์ซิ่งขับเกี่ยวกันเอง พุ่งชนประสานงารถกระบะจนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย หนึ่งในนั้นเป็นหญิงสาวตั้งครรภ์ลูก 6 เดือน

วันที่ 25 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุกลุ่มรถจักรยานยนต์ซิ่ง ขับเกี่ยวกันเอง พุ่งชนประสานงารถกระบะ จนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย บนถนนสายหนองฉาง-ลานสัก หมู่ที่ 2 ต.ทุ่งนางาม จ.อุทัยธานี

เจ้าหน้าที่สถานีตำรวจภูธรลานสัก พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย เร่งลงพื้นที่เกิดเหตุ พบรถกระบะสีดำด้านหน้าพังเสียหาย และยังมีรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอีกหลายคัน ใกล้กันพบศพเยาวชนชายและหญิง อายุ 19 ปี นอนเสียชีวิต 2 ราย ซึ่งหญิงสาวที่เสียชีวิตกำลังตั้งครรภ์ลูกวัย 6 เดือน

และยังมีเยาวชนหญิงอีก 1 ราย นอนหมดสติ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาล นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกทั้งหมด 7 คน

จากการสอบถามวัยรุ่นที่อยู่ในเหตุการณ์ เผยว่า ได้รวมกลุ่มกันประมาณ 20 คน ขับรถจักรยานยนต์ไปเที่ยวน้ำตกไซเบอร์ หรือน้ำตกหินลาด แต่ช่วงที่ขับรถกลับบ้านเจอกลุ่มเด็กแว้นขับอยู่บนถนนประมาณ 30 คัน

ระหว่างนั้น หนึ่งในกลุ่มเด็กแว้น ยกล้อหน้าจนเสียหลัก เกี่ยวกับรถของผู้เสียชีวิตกระทั่งล้มข้ามเลน ไปชนกับรถกระบะที่ขับสวนมา ก่อนรถกระบะจะเสียหลักพุ่งชนรถจักรยานยนต์อีกหลายคัน

เบื้องต้น คดีนี้เจ้าหน้าที่จะเรียกคนขับรถกระบะให้ปากคำอีกครั้ง ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคน ระบุว่า การช่วยเหลือเป็นไปอย่างไม่ถูกต้อง ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม

นักศึกษาหนุ่มบีบคอฆ่าแฟนฝังดิน แค้นผู้หญิงหลอกคบคั่นเวลา

นักศึกษาหนุ่มบีบคอฆ่าแฟนฝังดิน แค้นผู้หญิงหลอกคบคั่นเวลา

             นักศึกษาหนุ่มรุ่นน้องฆ่าโหดแฟนสาวนักศึกษาร่วมสถาบัน ก่อนจะนำศพไปฝังหมกป่าไผ่ สารภาพแค้นที่ถูกตีจาก เป็นแค่คนที่คบไว้คั่นเวลา

(16 ก.ค.) พ.ต.อ.สมโชค จันทรมณี ผกก.สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้รับการประสาน จาก พ.ต.ต.ปฎิวัติ ขุนรัง สว.สส.สภ.ทุ่งสง และพ.ต.ท.โชคดี ศรีเมือง รอง ผกก.สภ.ทุ่งสง ว่าจับผู้ต้องหาคดีฆ่าฝังศพได้ 1 ราย จึงทำการสอบสวนตลอดคืน ที่ผ่านมาและ

โดยตำรวจได้ทำการจับกุมนายทัตพงศ์ พรหม ชัยศรี อายุ 22 ปี และทำการสอบสวนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา รับสารภาพว่า ได้ฆ่าแฟนสาว และฝังศพไว้ในป่าไผ่ บ้านบ่อช้าง ริมถนนสายควนประชาสรรค์-บ่อปลา หมู่ 7 ต.กุแหระ อ.ทุ่งใหญ่ จึงนำไปชี้จุดที่เกิดเหตุที่ฝังศพนางสาวพรธิดารัตน์ หรือแพน ศรีวิเชียร อายุ 23 ปี นักศึกษารุ่นพี่ ที่จบแล้วกำลังรอรับปริญญา ซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้ต้องหาคบหากับผู้ตายเป็นแฟนกันมาประมาณ 7 เดือน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้นำสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 5 บาท ของผู้ต้องหาไปจำนำ 70,000 บาท และบอกว่าจะเอาเงินไปประกันตัวแฟนเก่าในคดีอะไรสักอย่าง และยังบอกกับผู้ต้องหาว่า ไม่ได้รักจริง เป็นเพียงคนคั่นเวลา จึงทำให้โกรธแค้น

และเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ได้ไปชวนผู้ตายให้มาพบแม่ของตนเอง เพื่อตกลงปัญหาเรื่องสร้อยคอ แต่ไม่พบแม่ผู้ต้องหา และเกิดทะเลาะกันอีกเรื่องที่ฝ่ายหญิงขอบอกเลิก ผู้ต้องหาจึงหลอกว่าจะพากลับไปส่งบ้าน แต่ขับรถ จยย.พาผู้ตายเข้าไปในป่าไผ่หน้าบ้าน และเตะไปที่ก้านคอ 1 ครั้งจนสลบ และบีบคอจนขาดใจตาย แล้วใช้เท้าถีบแผ่นหลัง 3 ครั้ง หลังจากนั้นได้นำจอบมาขุดหลุมลึก 2 เมตร เพื่อฝังร่างแฟนสาว แล้วกลับไปเรียนตามปกติ ต่อมาญาติฝ่ายหญิงไปแจ้งคนหายและออกติดตามแต่ไม่พบ จนกระทั่งตำรวจมาจับตัวได้ดังกล่าว

ที่มา:sanook

เสียชีวิตแล้ว หนุ่มจีนอายุ 18 เที่ยวกระบี่ ถูกใบพัดสปีดโบ๊ทฟันขา

เสียชีวิตแล้ว หนุ่มจีนอายุ 18 เที่ยวกระบี่ ถูกใบพัดสปีดโบ๊ทฟันขา

             ความคืบหน้าเหตุใบพัดเรือฟันขานักท่องเที่ยวจีน ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว ตำรวจจ่อแจ้งข้อหาเพิ่ม ส่วนเจ้าท่าเรียกผู้ต้องหา พร้อมกัปตันสอบสวน เตรียมพักใบนายท้ายเรือ

จากกรณีเรือสปีดโบ๊ทนำเที่ยวอ่าวปิเล๊ะ เกาะพีพี อ.เมืองกระบี่ เกิดใบพัดเรือฟันใส่นักท่องเที่ยวชาวจีน อายุ 18 ปี ระหว่างลงไปเล่นน้ำทะเล เป็นเหตุทำให้แขนขวาและขาทั้ง 2 ข้าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ล่าสุดนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเสียชีวิตลงแล้ว เตรียมเพิ่มข้อหาผู้ที่เกี่ยวข้อง

นายแพทย์สุพจน์ ภูเก้าล้วน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกระบี่ เปิดเผยว่า อาการบาดเจ็บล่าสุดของ นายหลี่ ยี่ หัน อายุ 18 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุใบพัดเรือฟัน ได้เสียชีวิตลงแล้ว เมื่อเวลาประมาณ 23.23 น. เมื่อคืนวานนี้ (8 ก.ค.) หลังจากนี้จะมอบศพให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

ทั้งนี้ทางแพทย์ได้พยายามช่วยเหลือรักษาอย่างเต็มที่ แต่อาการของผู้บาดเจ็บ เมื่อมาถึง รพ.กระบี่ นั้น โคม่าหนัก และเสียเลือดมาก ประกอบกับผู้บาดเจ็บมีอาการจมน้ำ สำลักน้ำขาดออกซิเจน ทำให้การรักษาทำได้ยาก นอกจากนั้นก็ทราบว่า ผู้เสียชีวิตเดินทางมาประเทศไทยกับพ่อแม่และญาติ เพื่อมาฉลองสอบเข้ามหาวิทยาลัย

ทางด้านคดี พ.ต.ท.เสกสรร บุญเลิศ พนักงานสอบสวนสภ.เกาะพีพี อ.เมืองกระบี่ เจ้าของคดีกล่าวว่า หลังจากนี้ก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมแก่ นายนฤดล อายุ 20 ปี ซึ่งเป็นลูกเรือสปีดโบ๊ทที่เป็นคนสตาร์ทเครื่องเรือ ในข้อหากระทำการโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นเสียชีวิต ขณะนี้ผู้ต้องหาได้ประกันตัวออกไปในชั้นศา หลังฝากขังได้ไม่นาน

นายบุญเชาว์ ตั้งศิริไพศาล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขากระบี่ กล่าวว่า ขณะนี้ได้เรียกผู้ต้องหา ลูกเรือ และนายท้ายเรือ มาทำการสอบสวนกรณีที่เกิดขึ้น และตรวจสอบเรือลำเกิดแหตุ โดยทางคนเรือบอกว่า ขณะเกิดเหตุนั้น ได้มีคลื่นลมแรงและเรือลอยไปกำลังจะชนกับเรืออีกลำ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเล่นน้ำอยู่ระหว่างเรือ

นายนฤดล จึงได้รีบไปสตาร์ทเรือเพื่อไม่ให้เรือไปชนกัน แต่ไม่ทราบว่ามีนักท่องเที่ยวอยู่ที่ท้ายเรือด้วย ทำให้ใบพัดไปโดนนักท่องเที่ยวได้บาดเจ็บ หลังจากนี้จะตั้งกรรมการเพื่อพิจารณาว่าจะดำเนินการกับผู้ควบคุมเรือ ลูกเรือ ว่าจะพักใบอนุญาตมากน้อยอย่างไร ซึ่งมีโทษสูงสุดไม่เกิน 2 ปี

เสียชีวิตแล้ว หนุ่มจีนอายุ 18 เที่ยวกระบี่ ถูกใบพัดสปีดโบ๊ทฟันขา

ที่มา:sanook

รปภ.หนุ่มตายพิสดาร แขวนคอ-มัดแขนขาในโรงเรียนสอนมวย

รปภ.หนุ่มตายพิสดาร แขวนคอ-มัดแขนขาในโรงเรียนสอนมวย

           รปภ.หนุ่มใหญ่ถูกพบเสียชีวิตน่าประหลาด สภาพถูกแขวนคอ-มัดมือมัดขา ตายปริศนาคาโรงเรียนสอนมวยไทย

(7 ก.ค.) พ.ต.ท.ประสิทธิ์ สมบุญจิตร สารวัตรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุคนเสียชีวิต บริเวณโรงเรียนสอนมวยไทย ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมทั้งรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.อริยะ พันธ์ฝัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน แพทย์เวร รพ.ประชาธิปัตย์ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ในที่เกิดเหตุ ภายในโรงเรียนสอนมวยไทย บริเวณชั้น 2 พบศพ นายอาสาฬห์ อายุ 35 ปี สภาพนอนหงายอยู่บนพื้นห้อง ถูกมัดมือไขว้หลังและมัดเท้าด้วยสายไฟอ่อน และที่เหล็กฉากยึดผนังห้องสำหรับวางทีวีมีสายไฟขนาดใหญ่มัดเป็นบ่วงอยู่

จากการสอบสวนแฟนสาวของผู้เสียชีวิต ให้การว่า ผู้เสียชีวิตทำงานเป็น รปภ.อยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เมื่อคืนตนเลิกงานมาแล้วกลับมาที่ห้อง เมื่อไขประตูเข้าห้อง แต่พบว่าห้องล็อกจากด้านใน จึงได้ตะโกนเรียก แต่ก็ไม่มีใครตอบ ตนจึงได้ออกไปนอนกับเพื่อน

กระทั่งรุ่งเช้าตนกลับเข้ามาดูให้จึงได้เรียกแม่บ้านขึ้นไปช่วยกันเรียก แต่แม่บ้านไปส่องดูที่ประตู พบว่าสามีเสียชีวิตแล้ว จึงได้ไปเรียกนักมวยในสนามมาช่วยกันพังประตูเข้าไป ก่อนที่จะนำตัวลงมาพบว่าถูกมัดมือมัดเท้าอยู่ จึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบดังกล่าว

พ.ต.อ.อริยะ พันธ์ฝัก ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่า ภายในห้องและด้านนอกมีขวดเบียร์และก้นบุหรี่อยู่จำนวนหนึ่ง ส่วนการผูกคอและมัดมือมัดเท้านั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบว่าเป็นฆ่าตัวตายเองหรือฆาตกรรม

แต่ในเบื้องต้นจากการตรวจสอบภายในห้องพบว่าเป็นการล็อกจากด้านใน และหน้าต่างก็เปิดอ้าออก แต่ไม่กว้างมากนัก และภายในห้องก็ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามได้มอบศพให้ทางมูลนิธิฯ นำส่งผ่าพิสูจน์ยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงต่อไป

ที่มา:sanook

พบแล้ว! ศพชายโดดรถไฟฆ่าตัวตาย ย่านประเวศ

พบแล้ว! ศพชายโดดรถไฟฆ่าตัวตาย ย่านประเวศ

             เจ้าหน้าที่พบศพชายกระโดดฆ่าตัวตายจากขบวนรถไฟ ย่านประเวศแล้ว อยู่ระหว่างตรวจสอบ

เมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งว่าพบศพชายเสียชีวิต ที่ไหล่ทางรถไฟบริเวณระหว่างสถานีรถไฟทับช้าง-ลาดกระบัง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประเวศ กู้ภัย รุดที่เกิดเหตุ พบศพชายสวมกางเกงขายาวสีกรม สวมเสื้อลายสก็อต รูปร่างผอมสูง

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตเดินทางมากับรถไฟขบวนอรัญประเทศ-กรุงเทพฯ และได้วิ่งจากหัวขบวนรถไฟมายังท้ายขบวน ก่อนที่จะกระโดดลงจากรถไฟเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการค้นหาแล้วไม่พบ ประกอบกับสภาพฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอแพทย์นิติเวชฯ มาชันสูตรพลิกศพเบื้องต้น

ที่มา:sanook