นาทีระทึก! จนท.กู้ชีวิตนักท่องเที่ยวเรือล่มกลางทะเลพัทยา

 

       คลิปภาพเหตุการณ์ระทึก ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้เรือท่องเที่ยวจมทะเลพัทยาพร้อมนำ 11 นักท่องเที่ยวไทย-จีนและลูกเรือขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย จากกรณีเรือนักท่องเที่ยวอับปางกลางทะเลพัทยา เมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) เวลา 15.00 น. ที่บริเวณใกล้เกาะครามใหญ่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เพื่อนเต็ม กดติดตามกันนร้า” ได้โพสต์รูปภาพและคลิปวีดิโอซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เรือนำเที่ยวกำลังถูกน้ำทะเลซัดเข้ามาในเรือจนทำให้เรือจมลงกลางทะเล และในโพสต์ได้ระบุข้อความว่า

“พวกคุณจะรับผิดชอบชีวิต พวกฉันยังไง คือ เรือจม กลางทะเล ถ้าไม่มีเรือ ลำนั้นมาช่วย ตอนนี้คงตายเฝ้าทะเลไปแล้ว…แค่อยากกลับบ้าน ตอนนี้ติดเกาะ คราม อยู่รอคนมาช่วย หัวฟาด ของจมน้ำหมด…ท่าเรือ มารีน่า เรือของ…. ค่ะ …เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ #ตอนนี้ติดเกาะรอให้เรือช่วยเหลือมารับ #ช่วยกันแชร์นิดนึงค่ะ…เพราะติดต่อ ทางบริษัทยากมาก” เรื่องดังกล่าวได้ถูกแชร์ไปในสื่อสังคมออนไลน์ อย่างรวดเร็วเพราะเป็นเหตุการณ์ระทึกขวัญ ทำให้ผู้คนเข้ามาคอมเม้นท์สอบถามในโพสต์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดในวันนี้ (5 พ.ย.) พล.ร.ท.บรรจบ โพธิ์แดง ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ผอ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต 1 ได้สั่งการให้ พล.ร.ต.สำเริง จันทร์โส เสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 ตรวจสอบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทราบว่า หลังเกิดเหตุได้รับแจ้งจากผู้ประสบภัยแจ้งขอความช่วยเหลือจากเหตุการณ์เรือท่องเที่ยวของท่าเรือ มารีน่า ชื่อ LIVIN LIGHT มีนักท่องเที่ยวชาวจีนและคนไทย 7 คน พร้อมลูกเรือ 4 คน รวม 11 คน ประสบอุบัติเหตุเรือล่ม เนื่องจากคลื่นลมแรง บริเวณใกล้เกาะครามใหญ่ จึงได้ประสานงานและสั่งการให้เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่งและเรือลำอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงเข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

จนกระทั่งสามารถช่วยเหลือได้อย่างปลอดภัยทั้ง 11 คน ขณะนี้ เจ้าของเรือได้ทำการกู้เรือและนำเรือกลับมาจอดที่ท่าเรือมาริน่า อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับจะได้มีการตรวจสอบและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเรือจมในครั้งนี้อย่างแท้จริงต่อไป

ที่มา : sanook


รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดหน้าแรก Google เปลี่ยนเว็บไซต์เป็นเครื่องมือทำกำไรขั้นเทพ เพิ่มยอดขายให้ธุรกิจได้สูงสุด รับประกันอันดับทำ SEO  ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ สนใจคลิกเลย! รับทำ SEO

“วัดร่องขุ่น” เริ่มเก็บค่าเข้า นทท.ต่างชาติ 1 ต.ค.นี้-คนไทยฟรี!

“วัดร่องขุ่น” เริ่มเก็บค่าเข้า นทท.ต่างชาติ 1 ต.ค.นี้-คนไทยฟรี!

           วันที่ 29 ก.ย. 59 อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติและผู้สร้างวัดร่องขุ่น เปิดเผยว่า ตนเองก่อสร้างวัดมาเป็นเวลา 19 ปี ไม่เคยเรียกเก็บเงินค่าเข้าชมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เนื่องจากตั้งใจที่จะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งเดียวในโลกที่ไม่มีการเก็บเงิน แต่ภายหลังมีคณะกรรมการวัดและหลายฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะให้มีการจัดเก็บเงิน เพื่อที่จะนำเงินมาบริหารจัดการวัด ซึ่งตนเห็นด้วย

อ.เฉลิมชัย เปิดเผยอีกว่า ตนได้เสนอข้อแลกเปลี่ยน โดยการเก็บเงินค่าเข้าชมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ คนละ 50 บาท และนำหนังสือแนะนำแหล่งท่องเที่ยวของวัดร่องขุ่น พร้อมกระเป๋า 1 ใบ ให้ติดตัวกลับไปเผยแพร่ต่อยังต่างประเทศ เพื่อให้คนมาเที่ยวเมืองไทยเพิ่มขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยยังคงเปิดให้เข้าชมฟรีเช่นเดิม เพราะเห็นว่า วัดร่องขุ่นเป็นของคนไทย โดยจะเริ่มต้นเก็บค่าเข้าชมตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. นี้ เป็นต้นไป

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดร่องขุ่น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดร่องขุ่น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดร่องขุ่น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดร่องขุ่น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดร่องขุ่น

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ วัดร่องขุ่น

ที่มา:sanook

แทบหยุดหายใจ ภาพหาดูยาก ฝูงวาฬว่ายน้ำเล่นกับเรือยอร์ช

แทบหยุดหายใจ ภาพหาดูยาก ฝูงวาฬว่ายน้ำเล่นกับเรือยอร์ช

            สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของวาฬหลังค่อมฝูงหนึ่ง ที่ออกมาแหวกว่ายเล่นกับเรือยอร์ชของนักท่องเที่ยวลำหนึ่ง นานอยู่หลายนาที กลายเป็นประสบการณ์การชมวาฬอย่างใกล้ชิดที่ดูได้ยากมาก

คลิปภาพที่เรียกเสียงฮือฮาในโลกออนไลน์ได้เป็นอย่างมาก เมื่อมีผู้โพสต์คลิปชมวาฬลงบนเว็บไซต์ยูทูป เป็นภาพที่บันทึกโดยกล้องจากโดรน ภาพมุมข้างและมุมสูง ทำให้เห็นภาพวิวที่น่าอัศจรรย์ เมื่อฝูงวาฬหลังค่อม 3 ตัว ออกมาแหวกว่ายเล่นกับเรือยอร์ชลำหนึ่ง

ตามรายงานระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นกลางท้องทะเล เกาะนิวแคลิโดเนีย บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ เรือยอร์ชลำหนึ่งได้ออกท่องทะเล เพื่อชมวิวในวันที่สภาพอากาศเป็นใจ เมื่อแล่นไปถึงกลางทะเล ปรากฏว่ามีวาฬหลังค่อมฝูงหนึ่งรอต้อนรับอย่างใกล้ชิด

ภาพถ่ายมุมสูงจากโดรน เผยให้เห็นวาฬ 3 ตัว แหวกว่ายคล้ายกับเต้นรำไปรอบๆ เรือยอร์ชของนักท่องเที่ยว พวกเขาว่ายวนเวียนและโชว์พ่นน้ำอย่างสบายใจ เป็นเวลานานถึง 15 นาที โดยไม่มีท่าทีเป็นกังวลต่อมนุษย์แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้ที่ได้ชม หลายคนรู้สึกอิจฉานักท่องเที่ยวที่ได้เห็นวาฬหลังคอมฝูงนี้ นับเป็นความใกล้ชิดธรรมชาติที่น่าประทับใจสุดๆ

ที่มา:sanook

ปิดปรับปรุง! สะพานกระจกเมืองจีน หลังเปิดได้เพียง 13 วัน

ปิดปรับปรุง! สะพานกระจกเมืองจีน หลังเปิดได้เพียง 13 วัน

              สะพานกระจกที่ยาวและสูงที่สุดในโลกในเมืองจางเจึยเจึ้ยของจีน ปิดซ่อมบำรุงชั่วคราว หลังเปิดได้เพียง 13 วัน เนื่องจากนักท่องเที่ยวแห่ชมมากเกินไป

(2 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประเทศจีนสั่งปิดใช้งานสะพานแขวนพื้นกระจกที่ยาวและสูงที่สุดในโลก ในเมืองจางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากเกินไป สะพานกระจกแห่งนี้รองรับผู้เข้าชมได้ 8,000 คนต่อวัน แต่ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามาเกินถึง 10 เท่า จึงต้องปิดให้บริการชั่วคราว หลังเปิดมาได้แค่เพียง 13 วัน ทั้งนี้ ยืนยันว่า ไม่ได้เกิอุบัติเหตุหรือสะพานมีรอยแตกร้าวแต่อย่างใด เป็นเพียงการปิดซ่อมบำรุงเท่านั้น

ทั้งนี้ สะพานดังกล่าวสร้างเสร็จเดือน ธ.ค.2558 ออกแบบเป็นสะพานความยาว 430 เมตร สูงจากพื้น 300 เมตร กว้าง 6 เมตร มูลค่าราว 117 ล้านบาท ปูด้วยกระจกบานหน้าต่าง 99 แผ่น ซ้อนสามชั้น ออกแบบโดยนายเฮม โดตัน สถาปนิกชาวอิสราเอล

ที่มา:sanook

หนูน้อยชาวออสซี่วัย 18 เดือน ติดแบคทีเรียกินเนื้อคนในไทย

หนูน้อยชาวออสซี่วัย 18 เดือน ติดแบคทีเรียกินเนื้อคนในไทย

              สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า (17 ส.ค.) เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา คู่สามีภรรยา ชาร์นา และเบรนแดน มาร์แชล ชาวออสเตรเลีย จากเมืองบันเบอร์รี ประเทศออสเตรเลีย ได้พาลูกสาว เคนซี วัย 4 ปี และ อามาร์ลี วัย 18 เดือน เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยวเป็นเวลา 10 วัน

แต่ระหว่างท่องเที่ยวที่เขาหลัก จังหวัดพังงา อามาร์ลี เกิดมีไข้ขึ้น โดยแพทย์ได้เดินทางมาตรวจอามาร์ลีที่โรงแรม และวินิจฉัยว่าอาร์มาลีไม่เป็นอะไรมาก แต่ครอบครัวตัดสินใจพาอามาร์ลี ไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 3 ก.ค.

โดยแพทย์พบความผิดปกติในเลือด จึงตัดสินใจส่ง อามาร์ลี เข้ารับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯที่มีทีมแพทย์และอุปกรณ์พร้อมมากกว่า ในวันที่ 5 ก.ค.

ก่อนที่แพทย์พบว่าอามาร์ลี ติดเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อคน หรือ flesh-eating bacteria ที่ทำให้เกิดโรคเนื้อเน่า (streptococcus necrotising pneumonia) ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัดเอาปอดออกบางส่วน

ทั้งนี้ ขณะนี้อามาร์ลี สามารถออกจากรพ.ได้แล้ว และพักผ่อนอยู่กับครอบครัวในโรงแรมที่ประเทศไทย โดยครอบครัวตัดสินใจอยู่ต่อจนกว่าเธอจะแข็งแรง โดยครอบครัวมาร์แชลชื่มชมทีมแพทย์และพยาบาลไทย ที่แม้จะมีกำแพงภาษาแต่ก็ทำงานกันได้อย่างดี และคนไทยก็ให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี ขณะที่สาเหตุของการติดเชื้อยังไม่เป็นที่แน่ชัด

ที่มา:sanook

คนจีน / การท่องเที่ยวไทย / เงิน ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย..

คนจีน / การท่องเที่ยวไทย / เงิน ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย..

            กระแสข่าวกรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนบอยคอตไม่มาเที่ยวภาคเหนือโดยมีการโยงเหตุว่ามาจาก นักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับการดูถูกในเรื่องพฤติกรรมต่างๆ ในสังคมโซเชียล จนเป็นเหตุให้เกิดความน้อยใจ กำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจขึ้นมา หลายภาคส่วน แสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด

โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยว นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ได้ลงมาตรวจสอบข้อมูลในเรื่องดังกล่าว และออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า

” จากการตรวจสอบข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในโซเชียลมีเดียนั้นเป็นข้อมูลเก่า ทางกระทรวงได้ตรวจสอบตามเว็บไซต์ที่สำคัญแล้ว ไม่พบข้อมูลดังกล่าวแต่อย่างใด การตรวจสอบข้อมูลล่าสุดใน 5 เมืองใหญ่ในประเทศจีน ไม่พบว่ามีกระแสบอยคอต แต่มีที่เฉพาะเมืองมณฑลยูนนานเท่านั้น แต่ยืนยันว่าไม่ประมาทและได้เฝ้าติดตามตรวจสอบความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา”

นอกจากนี้ รัฐมนตรีท่องเทียวยังยืนยันว่าตัวเลขการท่องเที่ยวชาวจีนโดยรวมยังไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด เป็นการการรันตีว่า กระแสการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวชาวจีนยังดีอยู่…

เช่นเดียวกับ นายธนากร เสรีบุรี ประธานกิตติมศักดิ์สภาธุรกิจไทย-จีน ที่แสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าวว่า

“เรื่องน่าสนใจในเวลานี้คือ การท่องเที่ยว คนจีนมาท่องเที่ยวเมืองไทยแล้วสร้างความเดือดร้อน ตรงนี้มีเป็นส่วนน้อย แต่อย่าพลาดโอกาสนี้ไป โอกาสที่คนจีนออกเที่ยวนอกประเทศมากขึ้น หากคนจีนไปท่องเที่ยวประเทศอื่น ไทยจะเสียหาย เพราะเกิดการใช้จ่ายในท่องเที่ยวจำนวนมาก ตั้งแต่คนเปิดประตูรถ ร้านอาหาร และโรงแรม ล้วนจะมีรายได้”

ดูเหมือนทั้งสองมุมมองไม่ว่าจะภาครัฐและเอกชน ต่างแสดงความกังวลต่อตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่อาจหดหายไป นั้นหมายถึงเม็ดเงินจำนวนมากมายที่กระจายไปยังภาคส่วนต่างๆจะหดหายไปด้วย

จริงๆแล้วในมิติของการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ไม่ว่าชาติใด รวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยเองก็เช่นกัน ..ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาและ ควรวางกฎระเบียบให้ชัดเจนเพื่อการดูแลการท่องเที่ยวโดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งมีความสำคัญโยงใยกับระบบนิเวศน์อื่นๆ ซึ่งส่วนหนึ่งของสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ

เราเห็นภาพข่าว จำนวนนักท่องเที่ยวที่แห่ทะลักกันไปท่องเที่ยวจนดูแล้วไม่รู้ว่าสถานที่จะรองรับได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นหมู่เกาะ สำคัญๆในภาคใต้ เช่น พีพี อ่าวมาหยา หรือภูเขาที่กำลังเป็นที่นิยม เช่น ภูทับเบิก เขาค้อ หรือพื้นที่อื่นๆอีกมากมาย

 

การท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่เคยเขามาดูแล เพื่อจัดระบบไม่ให้จำนวนนักท่องเที่ยวล้นเกินจนเป็นการทำลายสภาพของพื้นที่ท่องเที่ยว มีการก่อมลพิษ สร้างขยะมูลฝอย จำนวนมหาศาลให้ตามแก้ไขปัญหาทีหลังตามมาอยู่บ่อยครั้ง

เราเห็นภาพนักท่องเที่ยว ดำน้ำแล้วมีการจับปลาทะเลขึ้นมา นำปะการังขึ้นมาจากท่องทะเล ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย อยู่บ่อยครั้ง ทำไม่เหตุการณ์เหล่านี้ยังเกิดขึ้นให้เห็น การให้ความรู้ ตอกย้ำว่าสิ่งใดทำได้สิ่งใดทำไม่ได้จากไกด์นำเที่ยว มีเพียงพอหรือไม่..การลงมือกวดขัดหากมีการกระทำเกิดขึ้นต้องสอบสวนไกด์ว่าได้อธิบายชี้แจงอย่างชัดเจนต่อนักท่องเที่ยวหรือไม่.หากหละหลวม ต้องมีการลงโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง รวมทั้งลงโทษนักท่องเที่ยวอย่างจริงจังใช่ทางออกหรือไม่…?

ส่วนประเด็นที่ฮือฮา มีการทำเพจการ์ตูนเพื่อต้องการให้เข้าใจนักท่องเที่ยวชาวจีน นั้นเป็นเรื่องที่ดี..ในแง่ของการต้องรู้จักว่าเขามีพื้นฐานอย่างไร ความเข้าใจในภาษาเป็นอย่างไร เพื่อจะได้เป็นช่องทางในการสื่อสารเพื่อให้เขาเข้าใจว่าอะไรทำได้ อะไรไม่ควรทำเพื่อจะผิดกฎหมายผิดระเบียบ

แต่การยกประเด็นโดยอ้างว่าอำนาจซื้อ จำนวนนักท่องเที่ยว ที่มีมากมายมหาศาล หากเกิดบอยคอตอะไรจะได้รับผลกระทบนั้น ถือว่าเป็นการสื่อสารที่สะท้อนถึงการไม่ยอมรับความผิดพลาด ในการกระทำของคนของตัวเองด้วยเช่นกัน

ก่อนหน้านี้เราได้ยินข่าวในเรื่องมารยาทและการกระทำบางอย่างที่นักท่องเที่ยวชาวจีนแสดงอย่างไม่เหมาะสม ไม่เฉพาะในประเทศไทยแต่ในหลายๆประเทศทั่วโลกก็เช่นกัน จนทางการจีนเองก็ออกกฎระเบียบว่าหากนักท่องเที่ยวชาวจีนไปกระทำการใดๆที่เป็นการผิดมารยาททำให้เสื่อมเสียจะถูกลงโทษมาแล้วเช่นกัน

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราเองในฐานะเจ้าของประเทศก็ต้องวางระเบียบวางระบบให้ชัดเจน ว่าอะไรที่นักท่องเที่ยวทำได้ไม่ได้อย่างไร ต้องจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวให้เหมาะสมในพื้นที่ท่องเที่ยวบางแห่งที่มีความอ่อนไหว ไม่ใช่เปิดให้นักท่องเที่ยวล้น ด้วยหวังอยากจะได้เงินจำนวนมากๆเพียงอย่างเดียว

การท่องเที่ยวเป็นธุรกิจที่ทำเงินตราต่างประเทศได้อย่างเป็นกอบเป็นกำก็จริง แต่จำเป็นต้องมองหลายมิติ ท่องเที่ยวแบบไหนได้ขนาดไหน จะรักษาพื้นที่รักษาความสมบูรณ์ของสถานที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนอย่างไร เพราะสิ่งเหล่านี้หากเสียหายยากที่จะทำให้เกิดขึ้นมาได้อีก..การมองเรื่อง เงิน อย่างเดียวไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป…..

ที่มา:sanook

นักท่องเที่ยวทะเลาะกลางซาฟารีที่จีน 2 หญิงเปิดประตูลงรถ ถูกเสือขย้ำดับ 1

cctv

          นักท่องเที่ยวเปิดศึกทะเลาะกันขณะชมเสือโคร่งในซาฟารี หญิงโมโหสุด ๆ เปิดประตูลงจากรถก่อนถูกเสือขย้ำ หญิงอีกรายรีบลงจากรถโผช่วย เจอเสืออีกตัวขย้ำดับอนาถ

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2559 เว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ เผยเรื่องราวสุดสลดที่เกิดขึ้นในสวนสัตว์ซาฟารี อุทยานสัตว์ป่าปาต้าหลิง กรุงปักกิ่ง เมื่อนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งซึ่งไม่ได้ระบุว่าเป็นเพื่อนหรือเป็นครอบครัวเดียวกัน ได้พากันนั่งรถไปด้วยกันเพื่อเที่ยวชมชีวิตสัตว์ แต่แล้วระหว่างที่พวกเขากำลังอยู่ในอุทยานเสือ หญิงคนหนึ่งได้เปิดศึกทะเลาะกับชายคนขับ ทำให้เธอเปิดประตูลงจากรถ โดยไม่สนว่าบริเวณนั้นมีเสืออยู่หลายตัว และไม่สนด้วยว่ามีป้ายเตือนห้ามลงจากรถอยู่เป็นระยะ ๆ

cctv
        หลังจากเธอก้าวเท้าลงจากรถได้เพียงแป๊บเดียวเท่านั้น เสือโคร่งไซบีเรียตัวหนึ่งก็วิ่งเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็วแล้วขย้ำตามสัญชาตญาณสัตว์ป่า หญิงอีกคนเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้า เปิดประตูลงไปเพื่อจะช่วยเหลือ นำมาซึ่งโศกนาฏกรรมอันน่าสลด
cctv
                 โดยทันทีที่หญิงคนที่ 2 เปิดประตูลงไปช่วยหญิงคนแรก เสือโคร่งไซบีเรียอีกตัวหนึ่งก็โผเข้ามาหาเธอ ก่อนที่มันจะขย้ำจนเธอเสียชีวิต ส่วนหญิงคนแรกนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัสหลังเกิดเหตุทางอุทยานได้ปิดให้บริการเพื่อสืบสวนเหตุสลดนี้ และมีรายงานว่าหลังจากที่หญิงคู่นี้ถูกเสือขย้ำแล้ว ฝ่ายชายก็ได้ลงจากรถพยายามจะไปช่วยเหลือเช่นกัน แต่แหล่งข่าวไม่ได้ระบุว่าเขารอดจากการถูกเสือขย้ำได้อย่างไร

ที่มา:kapook