ดุเดือด ม้า อรนภา จัดหนัก !! หลังเจอ ก็อต La Banda Thailand เถียงกลับรัว ๆ

ม้า อรนภา จัดหนัก หลังเจอ ก็อต La Banda Thailand
ม้า อรนภา จัดหนัก หลังเจอ ก็อต La Banda Thailand

  ดราม่าแรง… ม้า อรนภา จัดหนักใส่ ก็อต ผู้เข้าแข่งขัน La Banda Thailand หลังเจออีกฝ่ายเถียงกลับทุกคำพูด ชาวเน็ตดูคลิปแล้ว วิจารณ์สนั่น !

เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวร้อนแรง จากรายการ La Banda Thailand การประกวดค้นหา“ซุป’ตาร์ บอยแบนด์” ในเทปวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย กับการปะทะคารมกันของกรรมการอย่าง ม้า อรนภา และหนุ่ม “ก็อต” ผู้เข้าแข่งขัน ที่แสดงออกชัดเจนแต่แรกในเรื่องความ “สาว” จน “พี่ม้า” บอกชัดว่า คงไม่เหมาะกับเวทีนี้ พร้อมแนะนำช่องทางอื่นที่อาจจะเหมาะกับเขามากกว่า แต่ทางหนุ่มก็อต ก็เถียงกลับรัว ๆ ทุกคำ จนทำเอาพี่ม้าเดือด !!! ลุกขึ้นมาถามว่า “ตกลงมึงจะเถียงกูไปถึงไหน ?

ม้า อรนภา จัดหนัก หลังเจอ ก็อต La Banda Thailand
ม้า อรนภา จัดหนัก หลังเจอ ก็อต La Banda Thailand

งานนี้หนุ่มก็อตเลยต้องรีบขอโทษ ก่อนที่พี่ม้าจะตักเตือนและอธิบายต่อแบบตรง ๆ ตามสไตล์ ทำเอาหนุ่ม “ว่าน” อีกหนึ่งกรรมการ ฝากถึงน้องก็อตว่า “ไฟไหม้บ้าน 10 ครั้ง ไม่เท่ากับเถียงพี่ม้า อรนภา แค่ครั้งเดียว

ทั้งนี้ผู้ชมที่ได้ดูคลิปดังกล่าว ต่างก็แสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย บ้างก็มองว่า พี่ม้า ทำถูกแล้ว และน้องก็อตก็ไม่ควรเถียงกรรมการขนาดนั้น บ้างก็มองว่า “พี่ม้า” ไม่ควรจะขึ้น กู-มึง กับผู้เข้าแข่งขัน และพูดแรงเกินไปหรือเปล่า แต่สุดท้ายเรื่องราวในรายการ ก็ถือว่าจบลงแล้วด้วยดี

ม้า อรนภา จัดหนัก หลังเจอ ก็อต La Banda Thailand
ม้า อรนภา จัดหนัก หลังเจอ ก็อต La Banda Thailand
ม้า อรนภา จัดหนัก หลังเจอ ก็อต La Banda Thailand

ที่มา:kapook

ครูชายแดนใต้ย้ายออกลดลง ส่งผลคะแนนโอเน็ตนักเรียนดีขึ้น

ครูชายแดนใต้ย้ายออกลดลง ส่งผลคะแนนโอเน็ตนักเรียนดีขึ้น

              กว่า 12 ปี ที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพทางการศึกษาของเด็กโดยตรง โดยเฉพาะไม่สามารถไปโรงเรียนและไม่มีครูสอนได้อย่างต่อเนื่อง

วันนี้ (25 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์รายงานว่า ข้อมูลจากศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศชต.) ระบุว่า มีเหตุรุนแรงทุกรูปแบบ 17,808 เหตุการณ์ มีผู้เสียชีวิต 3,949 คน เป็นครูและบุคลากรทางการศึกษาเสียชีวิต 140 คน คิดเป็นร้อยละ 3.5 ทำให้ในระยะแรกของสถานการณ์มีครูขอย้ายออกจากพื้นที่จำนวนมาก

แต่ปัจจุบันสถานการณ์ครูย้ายออกจากพื้นที่ลดลง เนื่องจากการรักษาความปลอดภัยครูได้ผล ทำให้เด็กมีโอกาสได้รับการสอนที่ต่อเนื่องมากขึ้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้คะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายธันวา ลิ่มสถาพร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 (สพป.สงขลา เขต 1) กล่าวว่า ขณะนี้ครูในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอย้ายออกลดลงมาก จากช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งมีเหตุรุนแรงบ่อยครั้ง โดยช่วงดังกล่าวมีครูจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ ขอย้ายมาช่วยราชการที่ สพป.สงขลา เขต 1 ประมาณ 400 คน แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แทบไม่มีครูขอย้ายเนื่องจากเหตุการณ์ความไม่สงบ

ด้าน นายนพพร มากคงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ ระบุว่า เหตุครูขอย้ายออกจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ผลดี

โดยเป็นความร่วมมือของฝ่ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง ครู บุคลากร ผ่านกลไกหลักคือ ศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ ด้วยการทำข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับหน่วยกำลังที่รับผิดชอบพื้นที่และโรงเรียน เช่น ให้มารับครูเดินทางไป-กลับตามเวลา มีการรักษาความปลอดภัยเส้นทาง และมีการประชุมปรับแผนอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ครูที่สอนอยู่เป็นคนในพื้นที่เกือบทั้งหมด การย้ายจึงเป็นไปตามระบบปกติ ไม่ใช่การย้ายจากสถานการณ์ความรุนแรง เช่น ขอย้ายไปอยู่โรงเรียนในพื้นที่ใกล้บ้านตนเอง ยกเว้นกรณีครูประสบเหตุความไม่สงบ มีปัญหาด้านความปลอดภัย หรือมีการเตือนว่าอยู่ในภาวะเสี่ยง ก็จะขอย้ายมาช่วยราชการเป็นรายบุคคล ซึ่งขณะนี้แทบไม่มีกรณีดังกล่าว

ในปัจจุบันเงินเยียวยาให้ครอบครัวครูที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบอยู่ที่ 500,000 บาท ถ้าเป็นสมาชิกสำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จะได้รับเพิ่มอีก 500,000 บาท บุตรของครูที่เสียชีวิตก็จะได้รับทุนเรียนจนจบปริญญาตรี และผู้ที่เรียนจบสายการศึกษาจะได้รับการบรรจุเป็นครูครอบครัวละ 1 คน

นายนพพร มากคงแก้ว ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนใต้ ระบุว่า กำลังเสนอเพิ่มเงินเยียวยากรณีเสียชีวิตเป็นรายละ 4,000,000 บาท

“ครูที่นี่ไม่เหมือนครูดอย ครูดอยลำบากเรื่องทุรกันดาร ขึ้นเขา ลงห้วย แต่ที่นี่ทุรกันดารไม่มาก แต่เป็นความเสี่ยงภัยในชีวิตและความยากในการทำงานมากกว่าที่อื่น” นายนพพร กล่าว

ในขณะที่บางความเห็น เสนอให้เพิ่มสิทธิพิเศษสำหรับครูในพื้นที่รอบนอกเพื่อให้ทำงานในพื้นที่นานขึ้น เพราะแม้จะมีค่าตอบแทนในรูปแบบต่างๆ มาเป็นแรงจูงใจ แต่ครูก็ยังมีความกลัวและกังวลใจต่อสถานการณ์ในพื้นที่อยู่ตลอดเวลา

ที่มา:snook

10 แอพฯ ถ่ายภาพ 360 องศาลง Facebook ทั้ง Android และ iOS

ถ่ายภาพ 360 องศา

แนะนำ 10 แอพพลิเคชั่นถ่ายภาพ 360 องศาหรือรูปพาโนรามา (Panorama) สำหรับโพสต์ลง Facebook ทั้ง Android และ iOS

ก่อนหน้านี้ได้แนะนำวิธีถ่ายภาพ 360 องศาบน Facebook ด้วยแอพฯ Google Street View ให้กับผู้ใช้งานทั้ง Android และ iOS แล้ว วันนี้กระปุกดอทคอมขอแนะนำ 10 แอพพลิเคชั่นถ่ายภาพ 360 องศาหรือรูปพาโนรามา (Panorama) สำหรับโพสต์ลง Facebook ซึ่งแอพฯ ถ่ายภาพ 360 องศาที่กระปุกดอทคอมแนะนำแต่ละแอพฯ นั้น ล้วนแต่เป็นโปรแกรมที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วไป ซึ่งมีทั้งแจกฟรีและเสียเงินคละกันไป

1. 360cam

ถ่ายภาพ 360 องศา

แอพฯ แรกที่แนะนำเป็นแอพฯ กล้องถ่ายภาพ 360 องศาหรือรูปพาโนรามา (Panorama) สำหรับจับภาพวิดีโอและภาพถ่ายจากทุกมุมได้อย่างง่ายดาย นอกจากจุดเด่นที่ว่าแล้ว แอพฯ 360 ยังสามารถให้ผู้ใช้งานแชร์ภาพถ่ายดังกล่าวของคุณลงโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่าง Facebook ได้ทันทีอีกด้วย

2. PIXPRO SP360

ถ่ายภาพ 360 องศา

สำหรับแอพฯ PIXPRO SP360 มีจุดเด่นที่สามารถช่วยให้คุณจับภาพทั้งวิดีโอ และภาพนิ่งได้ทุกมุมมองแบบครบ 360 องศา รวมถึงยังสามารถรองรับภาพถ่ายดังกล่าว สำหรับผู้ใช้กล้อง KODAK PIXPRO SP360 ได้อีกด้วย และไม่พลาดกับการแชร์ภาพรอบทิศทาง 360 องศาไปยังโซเชียลเน็ตเวิร์กชื่อดังต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram และ Twitter เป็นต้น ได้ทันทีอีกเช่นกัน

3. Google Street View

ถ่ายภาพ 360 องศา

แอพฯ Google Street View โดย Google นอกจากจะสามารถให้ผู้ใช้งานรับชมสถานที่ต่าง ๆ ได้เหมือนกับยืนบนสถานที่จริงแล้ว ยังสามารถถ่ายภาพ 360 องศา (Panorama) ผ่านแอพฯ ดังกล่าวลง Facebook ได้ทันทีอีกด้วย ซึ่งถือเป็นแอพฯ ถ่ายภาพ 360 องศาที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในปัจจุบันแอพฯ หนึ่งเลยก็ว่าได้

4. Cardboard Camera

ถ่ายภาพ 360 องศา

อีกหนึ่งแอพฯ ถ่ายภาพ 360 องศาหรือรูปพาโนรามา (Panorama) ที่ได้รับความนิยม ซึ่งนอกจากฟีเจอร์เด่นที่สามารถให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพดังกล่าวผ่านแอพฯ ได้อย่างง่ายดายแล้วนั้น ยังสามารถรับชมภาพสวย ๆ จากทั่วทุกมุมโลกผ่านมือถือสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย รวมถึงยังรองรับอุปกรณ์เสริมอย่างแว่นตา VR Cardboard ได้อีกเช่นกัน


5. Panorama 360 Photos : FB share

ถ่ายภาพ 360 องศา

แอพฯ ถ่ายภาพ 360 องศาตัวสุดท้ายที่แนะนำเป็นแอพฯ ถ่ายภาพที่สร้างขึ้นมาเพื่อ Facebook โดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ เนื่องจากตัวแอพฯ นอกจากจะมีฟีเจอร์สำหรับตกแต่งภาพต่าง ๆ ด้วยเอฟเฟกต์แล้ว ยังสามารถเลือกแชร์ภาพพาโนรามา (Panorama) ขึ้นโซเชียลเน็ตเวิร์กดังกล่าวได้ทันทีอีกด้วย นับเป็นแอพฯ โพสต์รูป 360 องศาลง Facebook ที่น่าสนใจหนึ่งตัวเลยก็ว่าได้

1. Twister – Best Photo, Video & 360 Panorama Camera App

ถ่ายภาพ 360 องศา

แอพฯ ถ่ายภาพ 360 องศาหรือรูปถ่ายพาโนรามา (Panorama) ตัวแรกสำหรับผู้ใช้ iOS นอกจากจะมีจุดเด่นที่ว่าแล้ว ยังมีโหมดสำหรับการถ่ายภาพในสถานที่ต่าง ๆ เช่น โหมดถ่ายภาพที่มีแสงน้อย, โหมดถ่ายภาพปกติ และโหมดถ่ายภาพเซลฟี่แบบ 360 องศา เป็นต้น ให้เลือกใช้งานอีกด้วย และไม่พลาดกับการแชร์ภาพดังกล่าวลง Facebook ได้ภายในพริบตา

2. Panorama.

ถ่ายภาพ 360 องศา

เป็นแอพฯ กล้องถ่ายรูปพาโนรามา (Panorama) หรือภาพถ่าย 360 องศาที่ได้รับความนิยมอีกหนึ่งตัวบน iPhone ซึ่งตัวแอพฯ สามารถช่วยให้คุณเก็บภาพความประทับใจได้ทุกที่ทุกเวลาแบบรอบทิศทาง และยังสามารถเลือกตกแต่งภาพพาโนรามาของคุณด้วยเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ที่ภายในตัวแอพฯ มีมาให้อยู่แล้วได้อีกเช่นกัน

3. Sphere – 360º Photography

ถ่ายภาพ 360 องศา

แอพฯ Sphere – 360º Photography เป็นแอพฯ ถ่ายภาพที่จะช่วยเปลี่ยนอุปกรณ์ iOS ของคุณให้เป็นเหมือนกล้อง 360 องศา ซึ่งสามารถจับภาพได้รอบทิศทางไม่ว่าจะเป็นภาพนิ่ง หรือวิดีโอ พร้อมสามารถแชร์พิกัดต่าง ๆ ที่คุณถ่ายอยู่ในขณะนั้นได้อีกด้วย และไม่พลาดกับการแชร์ภาพดังกล่าวลงโซเชียลเน็ตเวิร์กได้อีกเช่นกัน

4. Panorama Photo Editor & Pic collage app

ถ่ายภาพ 360 องศา

แอพฯ ถ่ายภาพพาโนรามา (Panorama) สุดฮิตบน iPhone ที่มาพร้อมความพิเศษมากมาย นอกจากจะช่วยจับภาพถ่าย 360 องศาได้แล้ว ยังมีฟังก์ชั่นถ่ายภาพแบบต่าง ๆ ให้เลือกใช้งานอีกด้วย เช่น มีกรอบสวย ๆ ให้เลือกใช้งาน, มีเอฟเฟกต์ให้ตกแต่ง และสามารถเพิ่มข้อความได้ตามต้องการ เป็นต้น เรียกได้ว่าครบครันจริง ๆ

5. selfie360

ถ่ายภาพ 360 องศา

แอพฯ ถ่ายภาพ 360 องศาสุดท้ายที่แนะนำเป็นแอพฯ เซลฟี่ (Selfie) ที่ได้รับความนิยมมากอีกหนึ่งตัว ซึ่งจุดเด่นสามารถช่วยให้ผู้ใช้งานถ่ายภาพเซลฟี่ให้เป็นภาพแบบเคลื่อนไหวได้หรือภาพ (GIF) ได้ภายในพริบตา โดยยึดตัวเราเป็นศูนย์กลางและหมุนกล้องถ่ายไปรอบ ๆ เพื่อให้เห็นตัวเราอยู่ในภาพนั่นเอง สำหรับใครที่ชอบถ่ายภาพแนวนี้ต้องไม่พลาด

ที่มา:kapook

ทหาร ร.1 400 นาย แปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ “ในหลวง” ครองราชย์ 70 ปี

ทหาร ร.1 400 นาย แปรอักษรเฉลิมพระเกียรติ “ในหลวง” ครองราชย์ 70 ปี

          (9 มิ.ย.) พ.ท.ปกรณ์กิตติ์ คงประดิษฐ์ธร ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ นำกำลังพลจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติครบ 70 ปี ที่สนามด้านหน้ากองบังคับการ กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ โดยถือฤกษ์เวลา 09.09 น. ทำพิธีถวายเครื่องราชสักการะ ถวายราชสดุดี และถวายสัตย์ปฏิญาณ

จากนั้น ได้มีการแปรอักษรเป็นภาพพระปรมาภิไธย “ภปร” และ “๗๐” และ ภาพ “ทรงพระเจริญ” โดยใช้กำลังพลในการแปรอักษรทั้งสิ้น 400 นาย

ที่มา:sanook

BTS สายสุขุมวิทขัดข้อง ผู้โดยสารบ่นอุบ

BTS สายสุขุมวิทขัดข้อง ผู้โดยสารบ่นอุบ

BTS สายสุขุมวิทขัดข้อง ผู้โดยสารบ่นอุบ

(18 เม.ย.) มีรายงานว่ารถไฟฟ้าบีทีเอส สายสุขุมวิท เกิดเหตุขัดข้อง ที่สถานีหมอชิต 1 ขบวน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำการลากกลับเข้าโรงจอด

ด้าน เฟซบุ๊ก FM91 รายงานว่า รถไฟฟ้าบีทีเอสขัดข้องตั้งแต่เวลา 06.00 น. เนื่องจากระบบจ่ายรถเข้าสถานีจากที่เก็บขบวนรถที่ขนส่งหมอชิต ไม่สามารถจ่ายรถออกมายังไลน์สถานีแต่ละจุดได้ ใช้ได้เพียงรถที่อยู่สถานีปลายสถานีของเส้นต่างๆ เท่านั้น

ล่าสุด แก้ไขได้แล้ว แต่จะเกิดความล่าช้า จึงทำให้มีประชาชนตกค้างแต่ละสถานีจำนวนมาก

ทั้งนี้ มีผู้โดยสารที่ตกค้างแต่ละสถานีเป็นจำนวนมา อาทิ สถานีอ่อนนุช แบริ่ง พญาไท และอีกหลายสถานี ซึ่งต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ถึงการแก้ไขปัญหาหรือการรับผิดชอบจากบีทีเอส

ขอขอบคุณภาพจากทวิตเตอร์ @ssugarcane

เผยภาพแม่อุ้มลูกเข้าห้องสอบปลายภาค กศน. เหตุเพราะไม่มีใครเลี้ยง

เผยภาพแม่อุ้มลูกเข้าห้องสอบปลายภาค กศน. เหตุเพราะไม่มีใครเลี้ยง

แม่อุ้มลูกเข้าห้องสอบปลายภาค กศน.-ด้านครูคุมสอบช่วยเลี้ยง บอกมีมานานและถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีกฎห้ามและเปิดกว้างให้กับนักศึกษาทุกคน

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนชุมชนแหลมงอบ (นิเทศก์อุปถัมป์) อ.แหลมงอบ จ.ตราด ได้มีการสอบปลายภาคของนักศึกษานอกระบบระดับชั้นมัธยมปลาย ซึ่งมีจำนวน 4 ห้องเรียน โดยแต่ละห้องมีนักศึกษาประมาณ 30-40 คน ซึ่งมีนักศึกษาหลายคนได้อุ้มลูกเข้ามาสอบในห้องเรียนด้วย บ้างก็ให้ลูกนั่งอยู่ข้าง ๆ บ้างก็ให้ลูกนั่งตัก ขณะเดียวกันบางรายก็ต้องให้นมลูก นอกจากนี้ยังมีครูคุมสอบช่วยนักศึกษาเลี้ยงลูกระหว่างสอบด้วย

อย่างไรก็ดี จากการสอบถาม นางสาวสุนิสา อายุ 24 ปี นักศึกษาที่อุ้มลูกเข้าห้องสอบ เผยว่า ตนมาสอบพร้อมกับลูกชายวัย 4 ปี และที่ต้องมาเรียนที่ กศน. เป็นเพราะช่วงอายุ 13 ปี ต้องลาออกจากโรงเรียนเนื่องจากครอบครัวฐานะยากจน เลยต้องออกมาช่วยแม่รับจ้างแกะปูต้ม และระหว่างนั้นก็มีแฟนและแต่งงานกัน มีลูกด้วยกัน 2 คน โดยสามีตอนนี้เป็นช่างอยู่ที่บริษัทขายเครื่องคอมพิวเตอร์ พอตนมีรายได้พอเลี้ยงตัวเองและลูกได้ จึงกลับมาคิดเรียนต่อ ซึ่งในปีนี้ตนจะจบแล้ว และคิดจะเรียต่อระดับอนุปริญญาด้วย หากจบแล้วจะได้ช่วยสามีทำงาน

นางสาวสุนิสา กล่าวต่อว่า ส่วนที่ต้องนำลูกเข้ามาในห้องสอบด้วย จริง ๆ ตนทำมาหลายปีแล้ว เพราะเวลาสอบไม่มีใครเลี้ยงลูก เนื่องจากสามีหยุดงานเพียงวันอาทิตย์วันเดียว ครูที่คุมสอบก็ไม่ได้ว่าอะไร บางครั้งก็ยังช่วยเลี้ยงอีกด้วย ส่วนเพื่อน ๆ ก็มีบางคนนำลูกเข้าห้องสอบเช่นกัน หากถามความรู้สึกแล้ว ตนไม่อายหรือกลัวอะไร เพราะตนไม่ได้ทำผิดหรือเป็นเด็กไม่ดีที่มีลูกระหว่างเรียน ตนมีเหตุผลเพราะเรื่องปัญหาเรื่องฐานะ แต่ทั้งนี้ก็ไม่เคยยอมแพ้และมุ่งมั่นที่จะเรียนต่อไป ซึ่งต่อไปถ้าเรียนระดับสูงกว่านี้ ค่าใช้จ่ายก็จะแพงขึ้น แต่ก็ต้องต่อสู้เพื่อความรู้ในอนาคต

ขณะที่ นายภักดี พงษ์ไพบูลย์ ประธานควบคุมการสอบที่ กศน. แหลมงอบ กล่าวว่า จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติของนักศึกษา กศน. ตราด เพราะเราไม่มีกฎห้ามใด ๆ เนื่องจากเป็นการศึกษานอกระบบที่เปิดกว้างทุกเรื่องอยู่แล้ว เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น และไม่ใช่มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่ให้นักศึกษานำลูกเข้าห้องสอบได้ บางครั้งผู้คุมสอบก็ช่วยเลี้ยงบ้าง นอกจากนี้ ก็ยังมีเคสที่นักศึกษาประสบอุบัติเหตุ นอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ทาง กศน. ก็นำข้อสอบไปให้ทำถึงที่ก็มี ถือว่าเป็นการช่วยเหลือนักศึกษาทางหนึ่ง

ส่วนทางด้าน นายจำรัส สุขประเสริฐ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัฌชาสัย จ.ตราด กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกหรือน่าประหลาดใจอะไร เพราะเราถือว่าเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากนักศึกษาบางคนมีลูกมีครอบครัว อาจจะไม่มีใครดูแลในช่วงสอบ การนำลูกมาด้วยก็ไม่มีปัญหา ไม่มีกฎอะไรห้ามไว้

ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก สำนักข่าวตราด

“ดีเจพุฒ” ลั่นไม่ได้ทำจมูก แต่ลองเปิดภาพเก่าๆดู ว้ายยย!! คุณหลอกดาวนิ (ชมภาพ)

“ดีเจพุฒ” ลั่นไม่ได้ทำจมูก แต่ลองเปิดภาพเก่าๆดู ว้ายยย!! คุณหลอกดาวนิ (ชมภาพ)

พุฒิ

ตอบคำถามเรื่องการทำศัลยกรรมมาหลายต่อหลายครั้ง สำหรับ  “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” ซึ่งทุกครั้งเขาก็จะพูดอย่างเดิมว่า ทำอย่างเดียวคือตา ส่วนอื่นไม่ได้ทำ ล่าสุดมีคนสังเกตว่าถุงใต้ตาของหนุ่มพุฒดูแปลกไปจากเดิมและจมูกดูสวยขึ้น ซึ่งเจ้าตัวก็เผยว่า …

“โห ไม่ได้โมเลยพี่ หน้าเหมือนเดิมตามปกติเลยครับ อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์ไปนานแล้วครับว่าเราทำแค่ตาอย่างเดียวครับ ยังคงยืนยันว่าทำแค่ตาอย่างเดียวครับ สำหรับตา เราตาบวมอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ไปไล่ดูรูปเก่าๆ ได้ บางคนบอกว่าเทรนด์ใต้ตาบวมๆ เกาหลีมาก แต่จริงๆ แล้วเราไม่ได้ชอบเลย เราอยากให้ใต้ตาหายไปมาก ทุกเช้ามีคนแนะนำบอกให้เอาแตงกวามาโปะหน้าบ้าง เอาช้อนมาโปะใต้ตาบ้างครับจะได้ลดบวม แต่จริงๆ มันไม่ได้ลดหรอกครับ ส่วนจมูก จมูกก็ปกติเลยครับ ลองจับดูได้เลยครับ บิดให้ดูเลยครับ “

ชาวบ้านแตกตื่นน้ำผุดไฟประทุ คาดมีแก๊ชธรรมชาติ

ไฟ

ชาวบ้านแตกตื่นหลังเกิดน้ำผุดขึ้นบริเวณผายวังจันทน์ หมู่ที่ 5 ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา ชาวบ้านนำไฟจุด ปะทุขึ้นมาเป็นเปลวเพลิง คาดมีแก๊สธรรมชาติอยู่ใต้พื้นน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (16 ก.พ.) ชาวบ้านในพื้นที่หมู่ที่ 5 ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา ได้นำคลิปออกมาเผยแพร่ หลังมีชาวบ้านในพื้นที่เข้าทำการนำไม้ไผ่เข้าทำการเสียบบริเวณ ลำน้ำกับน้ำหน้าฝายวังจันทน์ ต.ขุนควร อ.ปง จ.พะเยา พบว่ามีน้ำผุดออกมาและชาวบ้านได้นำไฟแช็ก ทำการจุดจนเกิดประกายไฟลุกขึ้นมา ซึ่งสร้างความตกตะลึงให้กับชาวบ้านที่พบเห็นเป็นอย่างมาก และสร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้านที่ได้เห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว

โดย นายเสกสรรค์ ใจกว้าง ชาวบ้านที่ได้ทำการพบเห็นปรากฏการณ์ ดังกล่าว ระบุว่า ที่ผ่านมาตนเองได้เห็นน้ำผุดอยู่บริเวณตรงนี้อยู่เป็นประจำ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาตนเองได้นำไม้ไผ่เข้าทำการแหย่บริเวณพื้นผิวน้ำดู กลับพบว่ามีน้ำบริเวณดังกล่าวผุดขึ้นมาเป็นฟองกระจาย และมีน้ำขุ่นข้นผุดขึ้นมา

ตนเองจึงนำไฟแช็กเค้าทำการจุดลองดู กลับพบว่ามีเปลวไฟเกิดขึ้นมายังน่าประหลาดใจ เหมือนมีแก๊สธรรมชาติอยู่ภายในบริเวณน้ำดังกล่าว จึงได้นำเรื่องเข้าแจ้งให้กับผู้นำชุมชนเพื่อทำการพิสูจน์ว่าในพื้นที่ดังกล่าวน่าจะมีก๊าซธรรมชาติ
ชาวบ้านแตกตื่นน้ำผุดไฟประทุ คาดมีแก๊ชธรรมชาติ
ขณะที่ นายศรายุทธ แก้ววิเชียร พลังงานจังหวัดพะเยา ที่เข้าตรวจสอบพื้นที่พร้อมด้วยนายจรัญ กาญจนปัญญานนท์ นายอำเภอปง ระบุว่า การเกิดปรากฎการณ์การณ์ดังกล่าวน่าจะมาจากก๊าซชีวภาพ ที่มีการสะสมของซากพืชซากสัตว์ที่จมอยู่ใต้น้ำ

เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่หน้าฝายวังจันทร์ จึงทำให้ปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น แต่ทางพลังงานจะให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าทำการพิสูจน์ผลให้แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง ในขณะนี้ขอให้ชาวบ้านอย่าได้นำไฟมาจุดบริเวณดังกล่าวซึ่งอาจจะเป็นอันตรายได้
ขอบคุณภาพจาก:sanook

ไฟดับสนามบินกระบี่!!! ตำรวจยันไม่มีบุคคลแบล็คลิสต์แอบเข้าไทย

ไฟดับสนามบินกระบี่ ตำรวจยันไม่มีบุคคลแบล็คลิสต์แอบเข้าไทย

รอง ผบ.ตร. เผยจากเหตุไฟดับที่สนามบินกระบี่ ไม่สามารถตรวจคนเข้าเมืองได้กว่า 2,000 คน ตรวจสอบภายหลังไม่พบคนมีแบล็คลิสต์

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะกับกำดูแลงานด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไฟดับที่สนามบินจังหวัดกระบี่ ส่งผลให้มีผู้โดยสารกว่า 2,000 คน ได้รับผลกระทบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ไม่สามารถตรวจสอบประวัติของผู้โดยสารได้ แต่ก็ไม่สามารถกักไว้ได้ ต้องให้ออกจากสนามบินทั้งๆที่ไม่ได้ตรวจสอบประวัติ

โดยยืนยันว่า ภายหลังไฟฟ้ากลับมาทำงานได้ปกติเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเช็กประวัติของผู้โดยสาร 2,000 คน ซึ่งเป็นชาวมาเลเซีย ชาวสแกนดิเนเวีย และชาวจีน ซึ่งปรากฏว่า ไม่พบมีผู้ใดติด blacklist และเป็นบุคคลอันตราย

ขณะเดียวกัน นายอรรถพร เนื่องอุดม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ไฟฟ้าดับเมื่อวานนี้ ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้แจ้งมาก่อนที่จะดับไฟฟ้าว่าจะทำการปรับปรุงระบบ ซึ่งทางท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมทดสอบระบบไฟฟ้าสำรองที่มีอยู่ ก็ใช้การได้

แต่เมื่อไฟฟ้าดับ ไฟฟ้าสำรองเดินเครื่องไปได้ระยะหนึ่งก็เกิดขัดข้องไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าไปในบางจุดได้ ก็ได้พยายามประสานไปยังหน่วยงานต่างๆเช่นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนในกระบี่ว่ามีเครื่องสำรองฟ้าขนาดใหญ่หรือไม่ ปรากฏว่าไม่มี

นายอรรถพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังช่างเพื่อให้เข้ามาซ่อมเครื่องสำรองซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้จะเดินทางมาซ่อม ส่วนกรณีของด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้น เนื่องจากไฟฟ้าดับก็ส่งผลทำให้ระบบอินเตอร์เน็ตใช้การไม่ได้ ก็ต้องดำเนินการตรวจเช็คระบบด้วยมือ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นได้พบปัญหาของระบบ ซึ่งได้หารือไปยังกรมการบินพลเรือนเพื่อทำการแก้ไขอย่างจริงจังไม่ให้เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมาอีก

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.กระบี่ทราบว่า เมื่อวานนี้เป็นการปิดระบบไฟฟ้าเพื่อทำการปรับปรุงในพื้นที่อำเภอเหนือคลองและได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 

วิธีเช็คผ้าเบรกหมดหรือไม่

วิธีเช็คอาการของผ้าเบรกหมดจะสังเกตได้อย่างไร

วิธีเช็คผ้าเบรก
วิธีเช็คผ้าเบรก

1. มีอาการเบรกลึก คือ เมื่อเวลาเหยียบเบรกแล้วรู้สึกว่าต้องเหยียบลึกกว่าปกติ หรือรู้สึกว่าต้องดึงเบรกมือสูงกว่าปกติ นั่นแสดงว่าผ้าเบรกสึกหรอมากแล้ว

2. มีไฟเตือนโชว์ที่เรือนไมล์ ติดค้างเป็นสีแดง เกิดจากการสึกหรอของผ้าเบรก ที่จับอยู่กับจานเบรก โดยสึกหรอจนบางลงทำให้น้ำมันเบรกในกระปุกต่ำกว่าขีด MIN หน้าคอลแทคของสวิตช์ไฟในกระปุกน้ำมันไม่ต่อกันไฟจึงโชว์ค้าง

3. มีเสียงดังเวลาเบรก เหมือนเหล็กสีกัน แสดงให้เห็นว่าผ้าเบรกได้บางมากๆแล้ว ถ้าผ้าเบรกบางน้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร แผ่นเหล็กตัวเตือนนี้จึงจะสีกับจานเบรก ทำให้ต้องรีบเปลี่ยนผ้าเบรกทันที

ผู้อ่านสามารถเอาวิธีเช็คอาการของผ้าเบรกหมดนี้ไปตรวจสอบรถของท่านได้ และควรตรวจเช็คผ้าเบรกคือทุก ๆ 3 เดือนหรือระยะทาง 5,000 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตรวจปัจจุยหลาย ๆ อย่างเช่น ระบบดิสก์เบรกนั้นผ้าเบรกจะหมดเร็วกว่าระบบดรัมเบรกประมาณ 2 เท่า ในบางรายอาจต้องเจียรจานเบรกเพิ่มขึ้นอีกด้วยหากช่างตรวจพบว่าตัวจานเบรก สึกเป็นร่อง เพื่อป้องกันอาการเสียงดังขณะเบรกตามมาและสิ่งที่ควรปฏิบัติในการขับรถคือไม่ควรขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง หรือขับตามคันหน้าอย่างกระชั้นชิด

ขอบคุณข้อมูลจาก Kapook