ไฟดับสนามบินกระบี่!!! ตำรวจยันไม่มีบุคคลแบล็คลิสต์แอบเข้าไทย

ไฟดับสนามบินกระบี่ ตำรวจยันไม่มีบุคคลแบล็คลิสต์แอบเข้าไทย

รอง ผบ.ตร. เผยจากเหตุไฟดับที่สนามบินกระบี่ ไม่สามารถตรวจคนเข้าเมืองได้กว่า 2,000 คน ตรวจสอบภายหลังไม่พบคนมีแบล็คลิสต์

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะกับกำดูแลงานด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไฟดับที่สนามบินจังหวัดกระบี่ ส่งผลให้มีผู้โดยสารกว่า 2,000 คน ได้รับผลกระทบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ไม่สามารถตรวจสอบประวัติของผู้โดยสารได้ แต่ก็ไม่สามารถกักไว้ได้ ต้องให้ออกจากสนามบินทั้งๆที่ไม่ได้ตรวจสอบประวัติ

โดยยืนยันว่า ภายหลังไฟฟ้ากลับมาทำงานได้ปกติเจ้าหน้าที่ได้มีการตรวจเช็กประวัติของผู้โดยสาร 2,000 คน ซึ่งเป็นชาวมาเลเซีย ชาวสแกนดิเนเวีย และชาวจีน ซึ่งปรากฏว่า ไม่พบมีผู้ใดติด blacklist และเป็นบุคคลอันตราย

ขณะเดียวกัน นายอรรถพร เนื่องอุดม ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดกระบี่ กล่าวว่า ไฟฟ้าดับเมื่อวานนี้ ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้แจ้งมาก่อนที่จะดับไฟฟ้าว่าจะทำการปรับปรุงระบบ ซึ่งทางท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ก็ได้มีการเตรียมความพร้อมทดสอบระบบไฟฟ้าสำรองที่มีอยู่ ก็ใช้การได้

แต่เมื่อไฟฟ้าดับ ไฟฟ้าสำรองเดินเครื่องไปได้ระยะหนึ่งก็เกิดขัดข้องไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าไปในบางจุดได้ ก็ได้พยายามประสานไปยังหน่วยงานต่างๆเช่นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนในกระบี่ว่ามีเครื่องสำรองฟ้าขนาดใหญ่หรือไม่ ปรากฏว่าไม่มี

นายอรรถพร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังช่างเพื่อให้เข้ามาซ่อมเครื่องสำรองซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้จะเดินทางมาซ่อม ส่วนกรณีของด่านตรวจคนเข้าเมืองนั้น เนื่องจากไฟฟ้าดับก็ส่งผลทำให้ระบบอินเตอร์เน็ตใช้การไม่ได้ ก็ต้องดำเนินการตรวจเช็คระบบด้วยมือ ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นได้พบปัญหาของระบบ ซึ่งได้หารือไปยังกรมการบินพลเรือนเพื่อทำการแก้ไขอย่างจริงจังไม่ให้เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมาอีก

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ประสานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จ.กระบี่ทราบว่า เมื่อวานนี้เป็นการปิดระบบไฟฟ้าเพื่อทำการปรับปรุงในพื้นที่อำเภอเหนือคลองและได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว 

เรื่องไม่ยอมจบ!!! “น้องทนายโบ้” ยื่นค้าน กกท. ระงับการรับรองผลเลือกตั้งนายกลูกหนัง

รายงานล่าสุด ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย “นายภาคิน จินาภักดิ์” คณะทำงานฝ่ายกฎหมายสมาคมฟุตบอลฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ ”บิ๊กเสือ” นายสกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท.

เพื่อขอให้ระงับการเซ็นรับรองผลการเลือกตั้งสมาคมฟุตบอลที่จัดขึ้นในวันนี้ ณ อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก

โดยใจความในหนังสือยื่นคัดค้านการเลือกตั้งครั้งนี้ ทางสมาคมฯเห็นว่าทางคณะกรรมการกลาง (FAT NC) ฝ่าฝืนข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมฯ รวมไปถึงการเลือกตั้งตัวแทน 30 เสียงใหม่ในลีกภูมิภาคเมื่อวันที่ 22 ม.ค. ที่ผ่านมาด้วย

ทั้งนี้ พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เพิ่งได้รับชัยชนะ ให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯคนใหม่ หลังกวาดไปได้ 62 จากผู้มาใช้สิทธิ์ทั้งหมด 68 เสียง ตามมาด้วย นายชาญวิทย์ ผลชีวิน อันดับสองที่ได้เพียง 4 เสียงเท่านั้น

โดย ทาง กกท. มีหน้าที่รับรองผลเลือกตั้ง และส่งเรื่องยืนยันตำแหน่งให้ฟีฟ่าและเอเอฟซีต่อไป

วิธีเช็คผ้าเบรก1

วิธีเช็คผ้าเบรกหมดหรือไม่

วิธีเช็คอาการของผ้าเบรกหมดจะสังเกตได้อย่างไร

วิธีเช็คผ้าเบรก

วิธีเช็คผ้าเบรก

1. มีอาการเบรกลึก คือ เมื่อเวลาเหยียบเบรกแล้วรู้สึกว่าต้องเหยียบลึกกว่าปกติ หรือรู้สึกว่าต้องดึงเบรกมือสูงกว่าปกติ นั่นแสดงว่าผ้าเบรกสึกหรอมากแล้ว

2. มีไฟเตือนโชว์ที่เรือนไมล์ ติดค้างเป็นสีแดง เกิดจากการสึกหรอของผ้าเบรก ที่จับอยู่กับจานเบรก โดยสึกหรอจนบางลงทำให้น้ำมันเบรกในกระปุกต่ำกว่าขีด MIN หน้าคอลแทคของสวิตช์ไฟในกระปุกน้ำมันไม่ต่อกันไฟจึงโชว์ค้าง

3. มีเสียงดังเวลาเบรก เหมือนเหล็กสีกัน แสดงให้เห็นว่าผ้าเบรกได้บางมากๆแล้ว ถ้าผ้าเบรกบางน้อยกว่า 1.6 มิลลิเมตร แผ่นเหล็กตัวเตือนนี้จึงจะสีกับจานเบรก ทำให้ต้องรีบเปลี่ยนผ้าเบรกทันที

ผู้อ่านสามารถเอาวิธีเช็คอาการของผ้าเบรกหมดนี้ไปตรวจสอบรถของท่านได้ และควรตรวจเช็คผ้าเบรกคือทุก ๆ 3 เดือนหรือระยะทาง 5,000 กม. ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตรวจปัจจุยหลาย ๆ อย่างเช่น ระบบดิสก์เบรกนั้นผ้าเบรกจะหมดเร็วกว่าระบบดรัมเบรกประมาณ 2 เท่า ในบางรายอาจต้องเจียรจานเบรกเพิ่มขึ้นอีกด้วยหากช่างตรวจพบว่าตัวจานเบรก สึกเป็นร่อง เพื่อป้องกันอาการเสียงดังขณะเบรกตามมาและสิ่งที่ควรปฏิบัติในการขับรถคือไม่ควรขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง หรือขับตามคันหน้าอย่างกระชั้นชิด

ขอบคุณข้อมูลจาก Kapook